KhanomTanLLM2-ThaiLLM-8B
Just Fun :D
Example 1:
import torch
from transformers import AutoTokenizer, AutoModelForCausalLM, pipeline
model_id = "wannaphong/KhanomTanLLM2-ThaiLLM-8B"
model = AutoModelForCausalLM.from_pretrained(
model_id,
torch_dtype=torch.bfloat16,
device_map="cuda",
)
tokenizer = AutoTokenizer.from_pretrained(model_id)
pipe=pipeline("text-generation",model=model,tokenizer=tokenizer)
q="หมีอันตรายต่อมนุษย์อย่างไร"
chat = [
{"role": "user", "content": q}
]
text = tokenizer.apply_chat_template(
chat,
tokenize=False,
add_generation_prompt=True,
)
response = pipe(chat, max_new_tokens=4096*2)
print(response[0]["generated_text"][-1]["content"])
output:
หมีสามารถเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของหมี ความคุ้นเคยกับมนุษย์ ความเครียดหรือความก้าวร้าวของหมี และพฤติกรรมของมนุษย์ขณะเผชิญหน้ากับหมี ดังนี้
### 1. **การถูกโจมตีโดยตรง**
- **หมีดำ** (Black Bear): มักมีพฤติกรรมก้าวร้าวน้อยกว่าหมีชนิดอื่น แต่สามารถโจมตีได้หากรู้สึกถูกคุกคามหรือตกใจ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับลูกหรือในช่วงฤดูผสมพันธุ์
- **หมีกริซลี่** (Grizzly Bear): มีนิสัยก้าวร้าวและอันตรายมากกว่าหมีดำ มักโจมตีเมื่อรู้สึกถูกคุกคามหรือตกใจ อาจโจมตีได้แม้ไม่มีสัญญาณเตือน
- **หมีขั้วโลก** (Polar Bear): เป็นหมีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากที่สุด อาจโจมตีมนุษย์ได้โดยไม่มีสัญญาณเตือน และมีความแข็งแรงมาก สามารถฆ่ามนุษย์ได้ในเวลาไม่กี่นาที
### 2. **ความรุนแรงของอันตราย**
- หมีมีความแข็งแรงและมีฟันที่แหลมคม สามารถโจมตีและทำร้ายมนุษย์ได้อย่างรุนแรง
- การถูกโจมตีโดยหมีอาจนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะหมีขนาดใหญ่อย่างหมีกริซลี่หรือหมีขั้วโลก
### 3. **การรบกวนหรือคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัย**
- หมีมักอาศัยอยู่ในป่าหรือพื้นที่ธรรมชาติ หากมนุษย์รบกวนหรือบุกรุกถิ่นที่อยู่ของหมี อาจทำให้หมีก้าวร้าวและโจมตีได้
- การทิ้งขยะหรืออาหารไว้ใกล้ที่อยู่อาศัยอาจดึงดูดหมีให้เข้ามาใกล้ นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และหมีได้
### 4. **ความเสี่ยงต่อเด็กและผู้ที่ไม่ระวังตัว**
- เด็กมักไม่ระวังตัวและอาจเข้าใกล้หมีโดยไม่รู้ตัว ทำให้ถูกโจมตีได้ง่าย
- ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพฤติกรรมของหมีอาจไม่รู้วิธีรับมือเมื่อเผชิญหน้ากับหมี ทำให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากขึ้น
### 5. **ความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือบ้านเรือน**
- หมีอาจทำลายบ้านเรือนหรือทรัพย์สินหากรู้สึกถูกคุกคามหรือต้องการหาอาหาร
- กรณีที่หมีบุกรุกบ้านหรือที่อยู่อาศัยอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้
### 6. **ผลกระทบทางจิตใจ**
- การถูกโจมตีโดยหมีอาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือความเครียดในระยะยาว
- ผู้ที่รอดชีวิตจากการถูกโจมตีโดยหมีอาจมีความวิตกกังวลหรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)
### วิธีป้องกันตนเองจากหมี
- **อย่ารบกวนหรือบุกรุกถิ่นที่อยู่ของหมี** หากพบเห็นหมี ให้อยู่ห่างและไม่ทำให้หมีตกใจ
- **ระวังขณะเดินป่าหรือท่องเที่ยวในป่า** ไม่ควรเดินใกล้ลำธารหรือที่มีอาหารอยู่ใกล้ๆ
- **ไม่ทิ้งขยะหรืออาหารไว้ใกล้ที่อยู่อาศัย** เพื่อไม่ให้ดึงดูดหมี
- **ใช้อุปกรณ์ป้องกัน** เช่น ถุงมือหรือไม้เท้าสำหรับใช้ปัดไล่หมีในกรณีที่จำเป็น
- **ศึกษาวิธีรับมือกับหมี** ตามประเภทของหมีแต่ละชนิด
### สรุป
หมีสามารถเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ทั้งในรูปแบบของการโจมตีโดยตรง การรบกวนถิ่นที่อยู่ หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความรุนแรงของอันตรายขึ้นอยู่กับชนิดของหมีและพฤติกรรมของมนุษย์ในขณะเผชิญหน้า การรู้จักวิธีรับมือและป้องกันตนเองอย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Example 2:
q="ความหมายของคำว่า 'แล้ว' ในภาษาไทย"
chat = [
{"role": "user", "content": q}
]
text = tokenizer.apply_chat_template(
chat,
tokenize=False,
add_generation_prompt=True,
)
response = pipe(chat, max_new_tokens=4096*2)
print(response[0]["generated_text"][-1]["content"])
output:
คำว่า **“แล้ว”** ในภาษาไทย มีความหมายและใช้ในบริบทต่าง ๆ ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทและประโยคที่ใช้ร่วมกัน ดังนี้
### 1. **แล้ว (คำบุพบท)**
ใช้เป็น **คำบุพบท** บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประโยคหรือคำในประโยค มักใช้ร่วมกับคำกริยาหรือคำบุพบทอื่น ๆ เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์หรือความสัมพันธ์ เช่น
- แล้วก็... (แล้วก็ไป)
- แล้วก็... (แล้วก็รู้)
- แล้วก็... (แล้วก็ได้)
- แล้วก็... (แล้วก็รู้สึก)
**ตัวอย่างประโยค:**
- ฉันไปทำงาน แล้วก็กลับบ้าน
- ฝนตกหนักแล้วก็หยุด
- ฉันไม่ได้ไปเที่ยว แล้วก็ไม่ได้ไปไหน
### 2. **แล้ว (คำวิเศษณ์)**
ใช้เป็น **คำวิเศษณ์** บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์หรือลำดับเวลา อาจใช้ในความหมายของ “จากนั้น” หรือ “แล้ว” ตามลำดับเวลา
**ตัวอย่างประโยค:**
- ฉันกินข้าวแล้ว ก็ไปทำงาน
- ฝนตกแล้ว ไม่ต้องออกไปไหน
- ฉันอ่านหนังสือแล้ว แล้วก็ไปนอน
### 3. **แล้ว (คำสันธาน)**
ใช้เป็น **คำสันธาน** เชื่อมประโยคหรือความคิดสองส่วนเข้าด้วยกัน โดยมีความหมายในทำนอง “แล้ว” หรือ “จากนั้น”
**ตัวอย่างประโยค:**
- ฉันไปเที่ยว แล้วก็กลับบ้าน
- ฝนตก แล้วก็หยุด
- ฉันกินข้าว แล้วก็ไปทำงาน
### 4. **แล้ว (คำลงท้ายประโยค)**
ใช้เป็น **คำลงท้ายประโยค** มักใช้ในภาษาพูดหรือภาษาถิ่นบางแห่ง เพื่อเสริมความหมายหรือบ่งบอกถึงความสงสัยหรือความไม่แน่ใจ
**ตัวอย่างประโยค:**
- แล้วไปไหน? (แล้วไปไหนแล้ว?)
- แล้วจะไปไหม? (แล้วจะไปไหม?)
- แล้วจะทำยังไงต่อ? (แล้วจะทำยังไงต่อ?)
### 5. **แล้ว (คำเชื่อมความ)**
ใช้เป็น **คำเชื่อมความ** บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างความคิดหรือเหตุการณ์ อาจใช้ในความหมายของ “จากนั้น” หรือ “แล้ว” ในลำดับเวลา
**ตัวอย่างประโยค:**
- ฉันไปทำงาน แล้วก็กลับบ้าน
- ฝนตกแล้วก็หยุด
- ฉันอ่านหนังสือแล้ว แล้วก็ไปนอน
### 6. **แล้ว (คำขยายความ)**
ใช้เป็น **คำขยายความ** บ่งบอกถึงความสัมพันธ์หรือความคิดบางอย่างเพิ่มเติม
**ตัวอย่างประโยค:**
- ฉันไปเที่ยวแล้ว แล้วก็ไปกินข้าว
- ฝนตกแล้ว แล้วก็หยุด
- ฉันไม่ได้ไปไหน แล้วก็ไม่ได้ไปไหนเลย
### สรุปความหมายของคำว่า “แล้ว” ในภาษาไทย
| ประเภท | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
|--------|----------|---------------|
| คำบุพบท | บ่งบอกความสัมพันธ์หรือลำดับเหตุการณ์ | แล้วก็ไป, แล้วก็รู้ |
| คำวิเศษณ์ | บ่งบอกลำดับเวลาหรือความสัมพันธ์ | แล้วก็ไป, แล้วก็ได้ |
| คำสันธาน | เชื่อมประโยคหรือความคิด | แล้วก็ไป, แล้วก็ได้ |
| คำลงท้าย | ใช้ในภาษาพูดหรือภาษาถิ่น | แล้วไปไหน? |
| คำเชื่อมความ | เชื่อมความคิดหรือเหตุการณ์ | แล้วก็ไป, แล้วก็ได้ |
| คำขยายความ | บ่งบอกความคิดหรือเหตุการณ์ | แล้วก็ไป, แล้วก็ได้ |
### หมายเหตุ
- คำว่า **“แล้ว”** มักใช้ในภาษาพูดบ่อยกว่าภาษาเขียน
- บางครั้งใช้ในภาษาถิ่นหรือภาษาพูดเฉพาะกลุ่ม
- Downloads last month
- 35